บทความ
โพสต์ทั้งหมด

แต่ความจริงในพระคัมภีร์ได้บอกกับฉันว่า “ข่าวประเสริฐคือฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า” หมายความว่า คือฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าเท่านั้นในการที่จะนำคนให้มาเชื่อ ไม่ใช่การประกาศของฉันหรือความรู้ของฉัน ความจริงข้อนี้ช่วยให้ฉันมีมุมมองที่ถูกต้องในการประกาศ และลดความกลัวความไม่มั่นใจในเรื่องต่างๆ แล้วมอบวางทุกอย่างไว้กับพระเจ้าเมื่อตอนที่

ในพระธรรมโยชูวา บทที่ 4 ข้อ 1-7 ได้กล่าวถึงการทำ สัญลักษ์เพื่อเป็นเครื่องหมายย้ำเตือนถึงพันธสัญญาของพระเจ้า ที่เมื่อพวกเขามองเห็นสัญลักษณ์นี้ พวกเขาจะไม่ลืมและจำได้ถึงสิ่งที่พระเจ้าทำกับพวกเขา การลืม...ถึงแม้ว่ามันจะดูเหมือนว่ามันไม่สำคัญเท่าไหร่นัก แต่ในความเป็นจริงแล้วสำคัญไม่น้อยเลยทีเดียว การที่เราหลงลืมพระเจ้าอ

“พระองค์ทรงเป็นพระเจ้า ผู้ทรงเห็นข้าพเจ้า” (ปฐมกาล 16:13) เพราะพระองค์ทอดพระเนตรเห็นความทุกข์ของนาง และทรงเสด็จมาพบเพื่อปลอบโยนและหนุนใจนางในยามที่นางรู้สึกโดดเดี่ยวและสิ้นหวัง พระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าที่ทรงมองเห็น และไม่ใช่การ มองเห็น ที่หมายถึง การเห็นว่าเรากําลังทุกข์ใจเพียงเท่านั้น แต่เป็นการ “เห็น” ข้างในหัวใจของเรา
รู้จักพระเจ้า

“พระองค์ทรงเป็นพระเจ้า ผู้ทรงเห็นข้าพเจ้า” (ปฐมกาล 16:13) เพราะพระองค์ทอดพระเนตรเห็นความทุกข์ของนาง และทรงเสด็จมาพบเพื่อปลอบโยนและหนุนใจนางในยามที่นางรู้สึกโดดเดี่ยวและสิ้นหวัง พระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าที่ทรงมองเห็น และไม่ใช่การ มองเห็น ที่หมายถึง การเห็นว่าเรากําลังทุกข์ใจเพียงเท่านั้น แต่เป็นการ “เห็น” ข้างในหัวใจของเรา
การเป็นสาวก
การดำเนินชีวิตคริสเตียน

ในพระธรรมโยชูวา บทที่ 4 ข้อ 1-7 ได้กล่าวถึงการทำ สัญลักษ์เพื่อเป็นเครื่องหมายย้ำเตือนถึงพันธสัญญาของพระเจ้า ที่เมื่อพวกเขามองเห็นสัญลักษณ์นี้ พวกเขาจะไม่ลืมและจำได้ถึงสิ่งที่พระเจ้าทำกับพวกเขา การลืม...ถึงแม้ว่ามันจะดูเหมือนว่ามันไม่สำคัญเท่าไหร่นัก แต่ในความเป็นจริงแล้วสำคัญไม่น้อยเลยทีเดียว การที่เราหลงลืมพระเจ้าอ

ในตอนที่ฉันไม่รู้สึกตัว พระเจ้าจะอยู่กับฉันและช่วยเหลือฉัน พระเจ้าได้พลิกสถานการณ์ที่น่ากลัวให้เป็นช่วงเวลาที่ฉันรู้สึกมีสันติสุขที่สุด มันเป็นความรู้สึกดีที่เกิดขึ้นในจิตใจจนไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ พระเจ้าได้เปลี่ยนสถานการณ์จากความทุกข์ยากเเละ น่ากลัวให้กลายเป็นช่วงเวลาเเห่งการสรรเสริญและขอบพระคุณ
การประกาศ

แต่ความจริงในพระคัมภีร์ได้บอกกับฉันว่า “ข่าวประเสริฐคือฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า” หมายความว่า คือฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าเท่านั้นในการที่จะนำคนให้มาเชื่อ ไม่ใช่การประกาศของฉันหรือความรู้ของฉัน ความจริงข้อนี้ช่วยให้ฉันมีมุมมองที่ถูกต้องในการประกาศ และลดความกลัวความไม่มั่นใจในเรื่องต่างๆ แล้วมอบวางทุกอย่างไว้กับพระเจ้าเมื่อตอนที่

“แต่สำหรับพระเจ้า ‘ในพระองค์ ไม่มีความเสี่ยงเลย’ เพราะพระองค์ทรงรู้ผลของทุกอย่างก่อนที่อะไรๆ จะเกิดขึ้น
นี่แหละที่เป็นความหมายของความเป็นพระเจ้าที่สัพพัญญู พระองค์ทรงอยู่เหนือทุกๆ ความเป็นไปของการเสี่ยงทั้งสิ้น... และแน่นอนว่าชีวิตของมนุษย์มีเรื่องราวมากมายที่ท้าทายให้เราต้องเสี่ยง และฉันไม่สามารถบอกได้ว่าการเสี่ยงในเรื่องไหนที่จะทำให้ชีวิตของเราคุ้มค่ามากที่สุด นอกจากการเสี่ยงเพื่อพระเจ้า”

We begged God to send people to tell them about Jesus. We begged God to save their lives. That year, my third year of college, almost 30 people that I knew at my college came to faith in Jesus! I am convinced that it’s because of our prayers in that room. And the only thing that kept us praying steadfastly was abiding in Christ.


















